- kriengsak chareonwongsak nida
- kriengsak chareonwongsak facebook
- kriengsak chareonwongsak cv
- kriengsak chareonwongsak wikipedia
- kriengsak chareonwongsak miken
- kriengsak chareonwongsak harvard
- kriensak chareonwongsak ifd
- kriengsak chareonwongsak likedin
- kriengsak chareonwongsak siamaraya
- kriengsak charwonwongsak oknation
- kriengsak chareonwongsak twitter
- kriengsak chareonwongsak drblogspot
- kriengsak chareonwongsak nationblog
- kriengsak chareonwongsak web
- kriengsak chareonwongsak drdancando
Well notice work of Professor Kriengsak Chareonwongsak
President of the Institute of Future Studies for Development in Thailand and Chairman of Success Group of Companies in Thailand |and Hope that your like
Showing posts with label harvard. Show all posts
Showing posts with label harvard. Show all posts
Tuesday, October 26, 2010
Professor Kriengsak Chareonwongsak Good link
Wednesday, October 20, 2010
Kriengsak Chareonwongsak : Harvard Sustainable University
Kriengsak Chareonwongsak : ฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยชั้นนำด้านความยั่งยืน
ผลจากการสำรวจของเว็บไซต์ The College Sustainability Report Card ซึ่งได้ทำการสำรวจมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดาจำนวน 332 สถาบันในมิติด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้ทำการสำรวจติดต่อกันมาเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007 สำหรับในปี ค.ศ.2009 ฮาร์วาร์ดได้รับการประเมินให้มีคะแนนรวมอยู่ในระดับ A- ซึ่งจากจำนวนสถาบันที่ทำการสำรวจทั้งหมด มีเพียง 26 สถาบันเท่านั้นที่ได้รับคะแนนรวมในระดับดังกล่าวนี้
เกณฑ์การพิจารณาให้เกรดจะคำนวณจากหมวดใหญ่ 9 หมวด 48 ตัวชี้วัด อันประกอบไปด้วย หมวดการบริหารจัดการ หมวดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมและพลังงาน หมวดอาหารและการนำกลับมาใช้ใหม่ หมวดอาคารสีเขียว หมวดการมีส่วนร่วมของนักศึกษา หมวดการขนส่ง หมวดความโปร่งใสในการบริหารจัดการทางด้านการเงิน หมวดการให้ความสำคัญในเรื่องการลงทุน และหมวดข้อตกลงของการเป็นหุ้นส่วน โดยข้อมูลทั้งหมดจะมาจากเหล่าผู้บริหารและนักศึกษาในสถาบันการศึกษาแห่งนั้น
ผลการประเมินพบว่า ฮาร์วาร์ดได้คะแนนในระดับ A อยู่ทั้งหมด 6 หมวดด้วยกัน โดยในบทความนี้ยกตัวอย่าง 3 หมวด อาทิ
ประยุกต์สู่ประเทศไทย
การพัฒนาสู่การเป็นมหาวิทยาลัยที่ยั่งยืนที่มีส่วนดูแลรักษาส่วนรวมและสิ่งแวดล้อม เป็นประเด็นที่มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ เพราะมิได้ส่งผลเฉพาะการบริหารทรัพยากรมหาวิทยาลัยที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสร้างและหล่อหลอมการมีทัศนคติเห็นแก่ส่วนรวมและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมแก่บุคลากรและผู้เรียน ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความใส่ใจและสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว
กระแสการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย มีการตื่นตัวมากขึ้น เนื่องด้วยสภาพความจำกัดและความเสื่อมโทรมทางทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งการเปิดเสรีทางการค้าที่มีประเด็นด้านการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่งผลให้ประเทศไทยจำเป็นต้องดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ผมเสนอว่า มหาวิทยาลัยไทย โดยเฉพาะกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำ ควรมีบทบาทเป็นตัวแบบและกระตุ้น ให้ภาคีอื่นและสังคมไทยภาพรวม พัฒนาสู่การเป็นองค์กรและสังคมที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม การมุ่งพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคมที่ยั่งยืนไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทย และยุทธศาสตร์แผนงานการดำเนินการมีอยู่แล้ว ดังนั้นหากมหาวิทยาลัยจะมีบทบาทนี้ ควรกำหนดจุดยืนที่ชัดเจน บนจุดแกร่งของสถาบันการอุดมศึกษา กลุ่มมหาวิทยาลัยควรวางยุทธศาสตร์ดำเนินการร่วมกันอย่างเป็นระบบภายในกลุ่มมหาวิทยาลัย และขยายผลสู่ภาคีอื่น มีการพัฒนาโครงการต้นแบบที่กลุ่มภาคีอื่นจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ ฯลฯ โดยอาจเริ่มจากกลุ่มที่มหาวิทยาลัยค่อนข้างมีความสัมพันธ์หรือมีอิทธิพล เช่น สถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชุมชน บริษัทหรือส่วนราชการที่อยู่รายล้อมรอบมหาวิทยาลัย เป็นต้น
ศ.ดร เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com
ผลจากการสำรวจของเว็บไซต์ The College Sustainability Report Card ซึ่งได้ทำการสำรวจมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดาจำนวน 332 สถาบันในมิติด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้ทำการสำรวจติดต่อกันมาเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007 สำหรับในปี ค.ศ.2009 ฮาร์วาร์ดได้รับการประเมินให้มีคะแนนรวมอยู่ในระดับ A- ซึ่งจากจำนวนสถาบันที่ทำการสำรวจทั้งหมด มีเพียง 26 สถาบันเท่านั้นที่ได้รับคะแนนรวมในระดับดังกล่าวนี้
เกณฑ์การพิจารณาให้เกรดจะคำนวณจากหมวดใหญ่ 9 หมวด 48 ตัวชี้วัด อันประกอบไปด้วย หมวดการบริหารจัดการ หมวดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมและพลังงาน หมวดอาหารและการนำกลับมาใช้ใหม่ หมวดอาคารสีเขียว หมวดการมีส่วนร่วมของนักศึกษา หมวดการขนส่ง หมวดความโปร่งใสในการบริหารจัดการทางด้านการเงิน หมวดการให้ความสำคัญในเรื่องการลงทุน และหมวดข้อตกลงของการเป็นหุ้นส่วน โดยข้อมูลทั้งหมดจะมาจากเหล่าผู้บริหารและนักศึกษาในสถาบันการศึกษาแห่งนั้น
ผลการประเมินพบว่า ฮาร์วาร์ดได้คะแนนในระดับ A อยู่ทั้งหมด 6 หมวดด้วยกัน โดยในบทความนี้ยกตัวอย่าง 3 หมวด อาทิ
- การบริหารจัดการ พิจารณาจากความพยายามในการขับเคลื่อนข้อตกลงร่วมกัน 3 ประการ ได้แก่ การกำหนดข้อปฏิบัติว่าด้วยความยั่งยืนและการตั้งเป้าหมายที่จะลดก๊าซเรือนกระจกในมหาวิทยาลัย โดยการจัดตั้งสำนักงานเพื่อความยั่งยืน (Office for Sustainability) เพื่อขับเคลื่อนงานดังกล่าว ปัจจุบันสำนักงานแห่งนี้ มีพนักงานประจำทั้งหมด 22 คน ไม่เพียงเท่านั้น มหาวิทยาลัยยังมีการระดมบุคลากรมากกว่า 130 คน ทั้งที่เป็นระดับผู้บริหาร พนักงาน คณาจารย์ และนักศึกษา เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกในมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะที่ปรึกษาซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาและคณาจารย์คอยตรวจสอบการทำงานดังกล่าวเป็นระยะ
- การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมและพลังงาน พิจารณาจากการตั้งเป้าหมายที่จะลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ร้อยละ 30 ภายในปี ค.ศ. 2016 ซึ่งฮาร์วาร์ดให้การสนับสนุนและผลักดันให้เกิดโครงการทางด้านการอนุรักษ์และพัฒนามากกว่า 12 โครงการด้วยกัน รวมทั้งยังให้การสนับสนุนเงินทุนกู้ยืมสำหรับทำโครงการดังกล่าวเหล่านี้ หรือที่เรียกว่า เงินทุนกู้ยืมสู่วิทยาลัยสีเขียว (Green Campus Loan Fund) ให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบอีกด้วย นอกจากนั้น ฮาร์วาร์ดยังได้มีการติดตั้งแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์จำนวนทั้งหมด 4 แผง แผงรับพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้สำหรับทำน้ำร้อนอีกจำนวน 3 แผง และติดตั้ง rooftop wind เมื่อไม่นานมานี้
- ด้านอาหารและการนำกลับมาใช้ใหม่ พิจารณาจากหน่วยงานของมหาวิทยาลัยที่ชื่อว่า Dining service ซึ่งได้ใช้งบประมาณกว่าร้อยละ 25 ในการซื้อผลผลิตตามฤดูกาลที่ผลิตโดยท้องถิ่น เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับการทำอาหาร นอกจากนี้ ฮาร์วาร์ดยังผลักดันให้มีการดำเนินโครงการทำปุ๋ยหมักที่ครอบคลุมกระบวนการทั้งก่อนและหลังการบริโภคอาหาร ตลอดจนขยะที่เกิดจากการจัดกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ ขณะเดียวกัน ได้ดำเนินโครงการลดปริมาณของเสียที่แหล่งกำเนิด โดยจัดให้มีสถานที่สำหรับเก็บหรือสถานีรับบริจาคก่อนที่จะมีการเคลื่อนย้าย เพื่อนำไปดำเนินการตามกระบวนการหรือขั้นตอนอื่นต่อไป
ประยุกต์สู่ประเทศไทย
การพัฒนาสู่การเป็นมหาวิทยาลัยที่ยั่งยืนที่มีส่วนดูแลรักษาส่วนรวมและสิ่งแวดล้อม เป็นประเด็นที่มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ เพราะมิได้ส่งผลเฉพาะการบริหารทรัพยากรมหาวิทยาลัยที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสร้างและหล่อหลอมการมีทัศนคติเห็นแก่ส่วนรวมและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมแก่บุคลากรและผู้เรียน ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความใส่ใจและสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว
กระแสการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย มีการตื่นตัวมากขึ้น เนื่องด้วยสภาพความจำกัดและความเสื่อมโทรมทางทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งการเปิดเสรีทางการค้าที่มีประเด็นด้านการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่งผลให้ประเทศไทยจำเป็นต้องดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ผมเสนอว่า มหาวิทยาลัยไทย โดยเฉพาะกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำ ควรมีบทบาทเป็นตัวแบบและกระตุ้น ให้ภาคีอื่นและสังคมไทยภาพรวม พัฒนาสู่การเป็นองค์กรและสังคมที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม การมุ่งพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคมที่ยั่งยืนไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทย และยุทธศาสตร์แผนงานการดำเนินการมีอยู่แล้ว ดังนั้นหากมหาวิทยาลัยจะมีบทบาทนี้ ควรกำหนดจุดยืนที่ชัดเจน บนจุดแกร่งของสถาบันการอุดมศึกษา กลุ่มมหาวิทยาลัยควรวางยุทธศาสตร์ดำเนินการร่วมกันอย่างเป็นระบบภายในกลุ่มมหาวิทยาลัย และขยายผลสู่ภาคีอื่น มีการพัฒนาโครงการต้นแบบที่กลุ่มภาคีอื่นจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ ฯลฯ โดยอาจเริ่มจากกลุ่มที่มหาวิทยาลัยค่อนข้างมีความสัมพันธ์หรือมีอิทธิพล เช่น สถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชุมชน บริษัทหรือส่วนราชการที่อยู่รายล้อมรอบมหาวิทยาลัย เป็นต้น
Kriengsak Chareonwongsak : Resource for community
Kriengsak Chareonwongsak : ฮาร์วาร์ดสร้างสรรค์ใช้ประโยชน์ทรัพยากรของมหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน
ด้วยวิสัยทัศน์และข้อตกลงร่วมกันของผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่ต้องการให้ฮาร์วาร์ด ใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินของตนเองที่มีอยู่อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนมีส่วนในการให้บริการสังคมกับชุมชนที่อยู่บริเวณละแวกใกล้เคียงนั้น ล่าสุดจึงทำให้ฮาร์วาร์ดได้ริเริ่มดำเนินโครงการพัฒนาปรับปรุงอาคารที่เคยใช้เป็นโรงรถ บริเวณถนน Western Ave. ให้กลายเป็นลานเล่นสเก็ตน้ำแข็งในร่มขนาด 40 60 ฟุต และเปิดโอกาสให้ชุมชนในออลสตันได้เข้ามาใช้บริการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งลานเล่นสเก็ตน้ำแข็งดังกล่าวมีลักษณะพิเศษประการสำคัญที่น่าสนใจ คือ
ประยุกต์สู่ประเทศไทย
จากตัวอย่างของฮาร์วาร์ดกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรในเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งทุกแห่งมหาวิทยาลัยทั่วโลกสามารถดำเนินกิจการดังนี้ได้ เพราะทรัพยากรของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ยังมีจำนวนมากที่สามารถเพิ่มการใช้ประโยชน์ได้ หากมีการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรเหล่านี้ โดยผนวกการคิดนอกกรอบ จะทำให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การใช้ประโยชน์จากสนามกีฬาต่าง ๆ ให้ชุมชนร่วมใช้ประโยชน์ การใช้อาคารหรือห้องประชุมสำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือแม้แต่เปิดกว้างให้สามารถใช้สวนสาธารณะของมหาวิทยาลัยในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตลอดปี โดยอาจให้นักศึกษา คณาจารย์หรือบุคลากรของมหาวิทยาลัยมีส่วนร่วมทำกิจกรรม เช่น การสร้างงานอาสาสมัครต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ การให้เอกชนเข้าใช้สถานที่ เพื่อเพิ่มรายได้นอกงบประมาณเข้ามหาวิทยาลัย
แนวทางการดำเนินการ อาจเปิดช่องให้กลุ่มประชาคมมหาวิทยาลัย ทั้งคณาจารย์ นักศึกษาและบุคลากร เสนอความคิดเห็นในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของคณะต่าง ๆ อาจเป็นการนำเสนอโครงการประกวด การศึกษาการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรมหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เป็นต้น โดยมีระบบการประเมินความเป็นไปได้ของโครงการ และประการสำคัญคือมีกลุ่มผู้ประเมินโครงการที่มีแนวคิดสมัยใหม่หรือมีทัศนคติที่เปิดกว้างในการบริหารทรัพยากร
ศ.ดร เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com
ด้วยวิสัยทัศน์และข้อตกลงร่วมกันของผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่ต้องการให้ฮาร์วาร์ด ใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินของตนเองที่มีอยู่อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนมีส่วนในการให้บริการสังคมกับชุมชนที่อยู่บริเวณละแวกใกล้เคียงนั้น ล่าสุดจึงทำให้ฮาร์วาร์ดได้ริเริ่มดำเนินโครงการพัฒนาปรับปรุงอาคารที่เคยใช้เป็นโรงรถ บริเวณถนน Western Ave. ให้กลายเป็นลานเล่นสเก็ตน้ำแข็งในร่มขนาด 40 60 ฟุต และเปิดโอกาสให้ชุมชนในออลสตันได้เข้ามาใช้บริการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งลานเล่นสเก็ตน้ำแข็งดังกล่าวมีลักษณะพิเศษประการสำคัญที่น่าสนใจ คือ
- เป็นบริการที่เปิดให้ใช้ชั่วคราว ในช่วงระหว่างที่ทางมหาวิทยาลัยรอให้มีผู้เช่ารายใหม่เท่านั้น ซึ่งได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2553 ที่ผ่านมา ภายหลังจากที่มีการจัดงานเฉลิมฉลองการเปิดใช้สถานที่ดังกล่าวร่วมกันในวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2553 ซึ่งในครั้งนั้นมีผู้พักอาศัยในบริเวณออลสตันเข้าร่วมมากกว่า 100 คน สำหรับลานเล่นสเก็ตน้ำแข็งที่ฮาร์วาร์ดได้เปิดให้บริการในครั้งนี้ จะเปิดให้ใช้ในทุก ๆ วันศุกร์เวลาบ่าย 3 โมงถึง 2 ทุ่ม วันเสาร์เวลา 10 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม และวันอาทิตย์เวลา 10 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น เรื่อยไปจนถึงวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2553 นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการให้บริการพิเศษในวันสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ วัน Martin Luther King Jr. ซึ่งจะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม และช่วงสัปดาห์ปิดภาคการศึกษาของโรงเรียนในเมืองบอสตัน ระหว่างวันที่ 15 – 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้าถึง 2 ทุ่มอีกด้วย
- ส่งเสริมการใช้เวลาของครอบครัวและชุมชน ในแต่ละวันลานเล่นสเก็ตน้ำแข็งแห่งนี้ จะมีครอบครัวและคนในชุมชนทุกเพศทุกวัยที่อาศัยอยู่ในบริเวณออลสตันเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก จนอาจจะเรียกได้ว่าเป็นแหล่งพบปะและใช้เวลาร่วมกันแห่งใหม่ที่ผู้ใช้บริการต่างมีความรู้สึกพึงพอใจ เนื่องจากกิจกรรมที่นี่ถูกออกแบบให้มีความน่าดึงดูดใจ เหมาะสม สามารถรองรับคนได้ทุกเพศทุกวัย ท่ามกลางสภาพบรรยากาศที่เป็นกันเอง ซึ่งช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนในครอบครัวและชุมชนเป็นอย่างมาก อาทิ ในช่วงเวลากลางคืนเมื่ออากาศเริ่มเย็น หลาย ๆ ครอบครัวอาจจะเลือกนั่งดื่มเครื่องดื่มร้อน ๆ และเล่นจับฉลาก โดยมีตั๋วกีฬาและเสื้อกีฬาของฮาร์วาร์ดเป็นรางวัล ซึ่งตั๋วกีฬาเหล่านี้เป็นตั๋วกีฬาที่ไม่สามารถหาได้ที่ไหนนอกจากที่นี่เท่านั้น
- จัดให้มีบริการอำนวยความสะดวกอื่นๆ ในที่นี้ได้แก่ บริการยืม-คืนรองเท้าสเก็ต เพื่อเป็นบริการเสริมให้กับผู้ใช้บริการที่ไม่มีรองเท้าสเก็ตเป็นของตนเอง โดยผู้ใช้ไม่ต้องเสียค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น แต่จะใช้หลักการผู้ที่มาก่อนจะได้ก่อน เนื่องจากรองเท้ามีจำนวนจำกัด เป็นต้น
ประยุกต์สู่ประเทศไทย
จากตัวอย่างของฮาร์วาร์ดกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรในเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งทุกแห่งมหาวิทยาลัยทั่วโลกสามารถดำเนินกิจการดังนี้ได้ เพราะทรัพยากรของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ยังมีจำนวนมากที่สามารถเพิ่มการใช้ประโยชน์ได้ หากมีการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรเหล่านี้ โดยผนวกการคิดนอกกรอบ จะทำให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การใช้ประโยชน์จากสนามกีฬาต่าง ๆ ให้ชุมชนร่วมใช้ประโยชน์ การใช้อาคารหรือห้องประชุมสำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือแม้แต่เปิดกว้างให้สามารถใช้สวนสาธารณะของมหาวิทยาลัยในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตลอดปี โดยอาจให้นักศึกษา คณาจารย์หรือบุคลากรของมหาวิทยาลัยมีส่วนร่วมทำกิจกรรม เช่น การสร้างงานอาสาสมัครต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ การให้เอกชนเข้าใช้สถานที่ เพื่อเพิ่มรายได้นอกงบประมาณเข้ามหาวิทยาลัย
แนวทางการดำเนินการ อาจเปิดช่องให้กลุ่มประชาคมมหาวิทยาลัย ทั้งคณาจารย์ นักศึกษาและบุคลากร เสนอความคิดเห็นในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของคณะต่าง ๆ อาจเป็นการนำเสนอโครงการประกวด การศึกษาการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรมหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เป็นต้น โดยมีระบบการประเมินความเป็นไปได้ของโครงการ และประการสำคัญคือมีกลุ่มผู้ประเมินโครงการที่มีแนวคิดสมัยใหม่หรือมีทัศนคติที่เปิดกว้างในการบริหารทรัพยากร
Kriengsak Chareonwongsak : Harvard cooperation with Boston
Kreingsak Chareonwongsak : ฮาร์วาร์ดจับมือกับเมืองบอสตันจัดตั้งกองทุนพัฒนาชุมชน
ปี ค.ศ. 2009 ที่ผ่านมา ฮาร์วาร์ดได้ร่วมมือกับเมืองบอสตันจัดตั้งกองทุนที่เรียกว่า Harvard Allston Partnership Fund ขึ้น เพื่อสนับสนุนกิจกรรมการพัฒนาชุมชนในเขตออลสตันร่วมกัน โดยกองทุนดังกล่าวจะจัดสรรเงินสนับสนุนให้กับสมาชิกชุมชน กลุ่มหรือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อนำไปใช้สำหรับดำเนินกิจกรรมทางด้านการพัฒนาปรับปรุงชุมชนย่านที่อยู่อาศัย การทำนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรม และโครงการทางด้านการศึกษา บริเวณพื้นที่ชุมชนออลสตันเหนือและไบรท์ตันเหนือ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 100,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่ ปี ค.ศ. 2009 เป็นต้นไป ซึ่งในจำนวนนี้จะแบ่งเงินทุนสนับสนุนออกเป็น 2 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มที่ไม่เกิน 5,000 เหรียญสหรัฐฯ และกลุ่มที่อยู่ระหว่าง 5,000 – 25,000 เหรียญสหรัฐฯ
ช่วงปี ค.ศ.2009 ที่ผ่านมา กองทุน Harvard Allston Partnership Fund ได้เปิดรับสมัครทั้งหมด 2 รอบ ซึ่งรอบแรกได้มีการประกาศผลไปแล้วเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ. 2009 ที่ผ่านมา มีองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรท้องถิ่นที่ได้รับคัดเลือกทั้งหมด 6 องค์กร ในบทความนี้จึงขอยกตัวอย่างโครงการที่ได้รับการคัดเลือกบางส่วน เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับมหาวิทยาลัยไทยในการนำไปประยุกต์ใช้ ได้แก่
ประยุกต์สู่ประเทศไทย บทบาทมหาวิทยาลัยกับการพัฒนาชุมชน เป็นประเด็นที่ไม่เพียงแต่จะมีส่วนช่วยคนในชุมชน แต่ยังจะมีส่วนในการพัฒนาบุคลากร นักศึกษา และคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยด้านการมีจิตสาธารณะ และเป็นตัวแบบสำคัญให้สังคมในการพัฒนาส่วนรวม ซึ่งการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนมีหลายรูปแบบ อาจเป็นการจับมือร่วมกับเมืองดังที่ฮาร์วาร์ดทำ หรือเป็นโครงการที่มหาวิทยาลัยจัดทำขึ้นเองหรือร่วมมือกับภาคีอื่น เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ลักษณะหลักของการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน ผมเสนอไว้ 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
ศ.ดร เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ช่วงปี ค.ศ.2009 ที่ผ่านมา กองทุน Harvard Allston Partnership Fund ได้เปิดรับสมัครทั้งหมด 2 รอบ ซึ่งรอบแรกได้มีการประกาศผลไปแล้วเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ. 2009 ที่ผ่านมา มีองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรท้องถิ่นที่ได้รับคัดเลือกทั้งหมด 6 องค์กร ในบทความนี้จึงขอยกตัวอย่างโครงการที่ได้รับการคัดเลือกบางส่วน เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับมหาวิทยาลัยไทยในการนำไปประยุกต์ใช้ ได้แก่
- โครงการ Allston Brighton Arts Bridge เป็นโครงการใหม่ที่จัดขึ้น เพื่อให้ความรู้กับเยาวชนในบริเวณพื้นที่ออลสตันและไบรท์ตัน เป็นการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชุมชนของพวกเขา ผ่านทางการแสดงผลงานศิลปะด้วยสื่อแบบดั้งเดิมและการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากกองทุน Harvard Allston Partnership Fund เป็นจำนวนทั้งสิ้น 20,000 เหรียญสหรัฐฯ เพื่อใช้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการที่เรียกว่า My Allston/Brighton ให้กับกลุ่มเยาวชนจำนวน 15 คน โดยมีผู้อำนวยการสร้างและผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์ นักแสดง นักดนตรีที่มากความสามารถ ตลอดจนนักศึกษาฮาร์วาร์ดทั้งหมดจาก Graduate School of Education Arts in Education program มาร่วมให้ความรู้ ซึ่งเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการนี้จะได้เรียนรู้ถึงวิธีการผลิตผลงานศิลปะที่เกี่ยวกับชุมชนของพวกเขา และผลงานดังกล่าวจะถูกเผยแพร่ให้กับสาธารณะชนต่อไป
- โครงการ Allston/Brighton Baby เป็นโครงการแจกผ้าอ้อมและประสานงานแลกเปลี่ยนเสื้อผ้าเด็กทารกและของเล่น ให้แก่ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่ออลสตันและไบรท์ตัน ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับเงินทุนสนับสนุนจากกองทุน Harvard Allston Partnership Fund เป็นจำนวนทั้งสิ้น 5,000 เหรียญสหรัฐฯ เพื่อใช้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อผ้าอ้อมให้กับครอบครัวที่มีเด็กทารกทั้งหมดประมาณ 90 ครอบครัว ซึ่งใช้บริการดังกล่าวนี้ในแต่ละเดือน โครงการ Allston/Brighton Baby มีเป้าหมายหลักเพื่อกระตุ้นให้คนในชุมชนเกิดสำนึกร่วมแห่งความเป็นชุมชน โดยผ่านทางการสร้างพื้นที่ให้แต่ละครอบครัวได้มีส่วนในการช่วยเหลือกันและกัน
- โครงการ The Fishing Academy (TFA) กองทุน Harvard Allston Partnership Fund ได้ให้เงินทุนสนับสนุนจำนวน 20,000 เหรียญสหรัฐฯ กับองค์กร TFA องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มีเป้าหมายเพื่อช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กจรจัด ปัญหายาเสพติด และปัญหาความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นกับกลุ่มเยาวชน โดยการจัดกิจกรรมให้คำปรึกษาและสอนวิธีตกปลาให้กับกลุ่มเยาวชนเหล่านี้ เพื่อให้พวกเขาได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ซึ่งเงินทุนสนับสนุนที่ได้รับดังกล่าวได้ถูกนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดกิจกรรมภาคฤดูร้อน การท่องเที่ยวสุดสัปดาห์และกิจกรรมอื่นขององค์กรในช่วงปีที่ผ่านมา กิจกรรมที่จัดขึ้น ช่วยเปิดโอกาสและโลกทัศน์ใหม่ในการใช้ชีวิตอย่างสมคุณค่ามีความสุขให้เยาวชนที่เข้าร่วมมากกว่า 400 คน
ประยุกต์สู่ประเทศไทย บทบาทมหาวิทยาลัยกับการพัฒนาชุมชน เป็นประเด็นที่ไม่เพียงแต่จะมีส่วนช่วยคนในชุมชน แต่ยังจะมีส่วนในการพัฒนาบุคลากร นักศึกษา และคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยด้านการมีจิตสาธารณะ และเป็นตัวแบบสำคัญให้สังคมในการพัฒนาส่วนรวม ซึ่งการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนมีหลายรูปแบบ อาจเป็นการจับมือร่วมกับเมืองดังที่ฮาร์วาร์ดทำ หรือเป็นโครงการที่มหาวิทยาลัยจัดทำขึ้นเองหรือร่วมมือกับภาคีอื่น เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ลักษณะหลักของการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน ผมเสนอไว้ 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
- กำหนดกิจกรรมที่สอดรับความต้องการและพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมาย การจัดกิจกรรมหรือโครงการความร่วมมือใด ๆ จำเป็นต้องเริ่มจากการสำรวจความต้องการ และความจำเป็นของชุมชน รวมถึงการศึกษาเชิงพฤติกรรมของกลุ่มคนในชุมชนนั้น เพื่อนำมาประกอบการจัดกิจกรรมได้ตามวัตถุประสงค์ เช่น การจัดกิจกรรมสำหรับวัยรุ่นที่เป็นแม่ลูกอ่อน ต้องมีการศึกษาเชิงพฤติกรรมและความต้องการของคนกลุ่มนี้ที่ชัดเจน เพื่อสามารถจัดกิจกรรมได้สอดคล้องความต้องการและได้รับความร่วมมือจากกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี
- ช่วยให้ชุมชนช่วยเหลือตนเองได้ ผมพูดเสมอว่า “พยายามสอนคนให้จับปลาเป็น ไม่ใช่ยื่นปลาให้เขากิน” เพื่อในอนาคตเขาจะได้สามารถหาเลี้ยงปากท้อง หรือดูแลตนเองได้ ดังนั้นกิจกรรมบางอย่างควรเป็นกิจกรรมสนับสนุนการช่วยเหลือตนเองของชุมชน เช่น อาจเป็นกิจกรรมการฝึกอาชีพ การพัฒนาผู้เลี้ยงเด็กหรือดูแลผู้สูงอายุในชุมชน การให้การศึกษาหรือเรียนรู้ เป็นต้น
- พัฒนาเครือข่ายความร่วมมืออย่างเป็นระบบ ที่ผ่านมาเครือข่ายความร่วมมือต่าง ๆ มักล่มในเวลาอันสั้น หรือไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ เนื่องด้วยการขาดการให้ความสำคัญและการวางระบบการจัดการเครือข่าย ทั้งด้านการจัดตั้งเครือข่าย การบริหารจัดการเครือข่าย และการธำรงเครือข่าย สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในหนังสือที่ผมเขียนไว้ ชื่อ “การจัดการเครือข่ายปฏิรูปการศึกษา” เป็นการสรุปแนวคิดและแนวทางพัฒนาเครือข่ายอย่างมีหลักการ และเป็นระบบ จึงจะสามารถพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาคส่วนมหาวิทยาลัยกับชุมชนได้อย่างเกิดผลและยั่งยืน
- เป็นสะพานเชื่อมภาคีอื่นเข้าร่วม มหาวิทยาลัยควรเป็นแกนนำในการเชื่อมภาคีอื่นเข้าร่วมพัฒนาชุมชน เนื่องด้วยมหาวิทยาลัย มีศักยภาพทั้งด้านความน่าเชื่อถือ องค์ความรู้ เครือข่ายเทคโนโลยี การมีคณาจารย์ นักศึกษา หรือบุคลากรที่จะมาเป็นอาสาสมัคร ที่จะเป็นจุดเชื่อมหรือเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการนำภาคีอื่นมีส่วนร่วมจากภาคีต่าง ๆ ในสังคมที่อยู่ร่วมกัน ในการช่วยผู้ด้อยโอกาสกว่า อันเป็นการพัฒนาทั้งชุมชนและสังคมสู่ความยั่งยืน
Kriengsak Chareonwongsak : Harvard Help in Heti
Kriengsak Chareonwongsak : ฮาร์วาร์ดระดมสรรพกำลังช่วยสถานการณ์ภัยพิบัติในเฮติ
หลังการเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในประเทศเฮติ เมื่อวันอังคารที่ 12 มกราคม ค.ศ. 2010 ที่ผ่านมา ประชาคมฮาร์วาร์ดไม่ได้นิ่งนอนใจแต่ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือกับผู้ประสบภัยในพื้นที่ดังกล่าว ตั้งแต่ระดับผู้บริหาร นักศึกษา คณาจารย์ และพนักงานมหาวิทยาลัย โดยตระหนักว่าสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นนี้เป็นความรับผิดชอบอย่างหนึ่งของมหาวิทยาลัยในการให้ความช่วยเหลืออย่างจริงจัง กิจกรรมการช่วยเหลือดังกล่าวได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม ค.ศ. 2010 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ประกอบด้วย
ประยุกต์สู่มหาวิทยาลัยประเทศไทย
จากสภาพการณ์ดังกล่าว ฮาร์วาร์ดได้ใช้สถานการณ์ปัจจุบันที่เป็นเหตุการณ์ฉุกเฉินในระดับโลก ในการมีส่วนร่วมกระตุ้นและมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้อื่นของประชาคมฮาร์วาร์ด โดยมีกลไกในการดำเนินกิจกรรมจากหลากหลายกลุ่ม หลายคณะและหลากหลายช่องทาง นับเป็นการใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ในการพัฒนาการปลูกจิตสำนึกและการลงมือร่วมการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์
มหาวิทยาลัยควรสนับสนุนให้ประชาคมมหาวิทยาลัยทำกิจกรรมการส่งเสริมจิตสาธารณะอย่างกว้างขวางเมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกที่แสดงออกเป็นรูปธรรมในการมีความห่วงใยสังคมและการช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหา
นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยควรมีการพัฒนากลไกและช่องทางที่เป็นรูปธรรมและมีการดำเนินการต่อเนื่อง ในการให้ประชาคมมหาวิทยาลัยได้แสดงออกและมีส่วนร่วมทำดีเพื่อผู้อื่นแม้ในสถานการณ์ปกติ ทั้งการบริจาคด้วยทรัพสินเงินทอง และการบริจาคเวลาและแรงกายด้วย การส่งเสริมการบริจาคเวลาและความสามารถเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นจะทำให้ผู้เข้าร่วมมีประสบการณ์ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้อื่น ซึ่งสามารถสร้างจิตสาธารณะได้มากกว่าการบริจาคแค่เงินทอง ดังเช่น โครงการกองทุนเวลาเพื่อสังคมที่ผมได้จัดตั้งขึ้นมาได้หลายสิบปีแล้วที่มีการพัฒนากิจกรรมอาสาสมัครที่หลากหลาย มีการดำเนินการอย่างกว้างขวาง โดยมีองค์กรทำงานอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการเป็นจำนวนมาก มีการพัฒนาการดำเนินกิจกรรมอาสาสมัครอย่างเป็นระบบ มีการจับคู่ระหว่างผู้ต้องการความช่วยเหลือและผู้สนใจหรือต้องการให้ความช่วยเหลือในรูปแบบต่าง ๆ ประการสำคัญควรมีระบบการประเมินและพัฒนากิจกรรมต่อเนื่อง เพื่อให้กิจกรรมดังกล่าวเป็นที่สนใจและมีอาสาสมัครมาร่วมในโครงการมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ศ.ดร เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com
หลังการเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในประเทศเฮติ เมื่อวันอังคารที่ 12 มกราคม ค.ศ. 2010 ที่ผ่านมา ประชาคมฮาร์วาร์ดไม่ได้นิ่งนอนใจแต่ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือกับผู้ประสบภัยในพื้นที่ดังกล่าว ตั้งแต่ระดับผู้บริหาร นักศึกษา คณาจารย์ และพนักงานมหาวิทยาลัย โดยตระหนักว่าสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นนี้เป็นความรับผิดชอบอย่างหนึ่งของมหาวิทยาลัยในการให้ความช่วยเหลืออย่างจริงจัง กิจกรรมการช่วยเหลือดังกล่าวได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม ค.ศ. 2010 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ประกอบด้วย
- การระดมเงินบริจาค ฮาร์วาร์ดได้จัดตั้งกองทุนเฉพาะสำหรับนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยตรง ซึ่งในที่นี้ได้เปิดโอกาสให้คณาจารย์ นักศึกษา และพนักงานมหาวิทยาลัยที่มีความต้องการ แต่ไม่สามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ ได้มีช่องทางในการแสดงออก รวมทั้งทางมหาวิทยาลัย ยังได้อำนวยความสะดวกให้กลุ่มคนเหล่านี้ โดยการช่วยรวบรวมรายชื่อองค์กรสาธารณประโยชน์ที่เปิดรับเงินบริจาคแบบออนไลน์ เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ลงในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยให้อีกด้วย
- การส่งบุคลากรและร่วมมือกับองค์กรในเครือข่าย วิทยาลัยแพทยศาสตร์แห่งฮาร์วาร์ด (Harvard Medical School) ได้ส่งแพทย์เดินทางไปเข้าไปในประเทศเฮติทันทีหลังจากการเกิดเหตุภัยพิบัติ 1 วัน อีกทั้งยังมีบุคลากรทางการแพทย์อื่นเดินทางไปร่วมสมทบด้วย เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ Central Plateau ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของ Partners In Health องค์กรมนุษยธรรมด้านการแพทย์ในเครือฮาร์วาร์ด ขณะเดียวกันศูนย์วิจัยและวิชาการทางด้านมนุษยธรรมของฮาร์วาร์ด หรือ Harvard Humanitarian Initiative ได้ทำงานให้การสนับสนุนข้อมูลที่จำเป็นกับหน่วยงานหุ้นส่วนอื่น ๆ ในฮาร์วาร์ด, องค์กร Partners In Health, โรงพยาบาลกลางแมสซาชูเชตส์, โรงพยาบาลบริกแฮมแอนด์วีเมนส์ เมืองบอสตัน เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย หลังจากที่ได้ประเมินสถานการณ์ความจำเป็นของเฮติแล้ว
- การผนึกกำลังขององค์กรนักศึกษาในมหาวิทยาลัย จัดแสดงคอนเสิร์ตการกุศล เพื่อกระตุ่นความห่วงใยและระดมเงินบริจาคจากกลุ่มนักศึกษาในมหาวิทยาลัยและชุมชนฮาร์วาร์ด ตัวอย่างขององค์กรดังกล่าวเหล่านี้ ได้แก่ Harvard Caribbean Club, Harvard African Students Association, Harvard Haitian Alliance, Kuumba Singers of Harvard College, Harvard South Asian Men’s Collective และ Harvard Undergraduate Council เป็นต้น
ประยุกต์สู่มหาวิทยาลัยประเทศไทย
จากสภาพการณ์ดังกล่าว ฮาร์วาร์ดได้ใช้สถานการณ์ปัจจุบันที่เป็นเหตุการณ์ฉุกเฉินในระดับโลก ในการมีส่วนร่วมกระตุ้นและมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้อื่นของประชาคมฮาร์วาร์ด โดยมีกลไกในการดำเนินกิจกรรมจากหลากหลายกลุ่ม หลายคณะและหลากหลายช่องทาง นับเป็นการใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ในการพัฒนาการปลูกจิตสำนึกและการลงมือร่วมการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์
มหาวิทยาลัยควรสนับสนุนให้ประชาคมมหาวิทยาลัยทำกิจกรรมการส่งเสริมจิตสาธารณะอย่างกว้างขวางเมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกที่แสดงออกเป็นรูปธรรมในการมีความห่วงใยสังคมและการช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหา
นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยควรมีการพัฒนากลไกและช่องทางที่เป็นรูปธรรมและมีการดำเนินการต่อเนื่อง ในการให้ประชาคมมหาวิทยาลัยได้แสดงออกและมีส่วนร่วมทำดีเพื่อผู้อื่นแม้ในสถานการณ์ปกติ ทั้งการบริจาคด้วยทรัพสินเงินทอง และการบริจาคเวลาและแรงกายด้วย การส่งเสริมการบริจาคเวลาและความสามารถเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นจะทำให้ผู้เข้าร่วมมีประสบการณ์ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้อื่น ซึ่งสามารถสร้างจิตสาธารณะได้มากกว่าการบริจาคแค่เงินทอง ดังเช่น โครงการกองทุนเวลาเพื่อสังคมที่ผมได้จัดตั้งขึ้นมาได้หลายสิบปีแล้วที่มีการพัฒนากิจกรรมอาสาสมัครที่หลากหลาย มีการดำเนินการอย่างกว้างขวาง โดยมีองค์กรทำงานอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการเป็นจำนวนมาก มีการพัฒนาการดำเนินกิจกรรมอาสาสมัครอย่างเป็นระบบ มีการจับคู่ระหว่างผู้ต้องการความช่วยเหลือและผู้สนใจหรือต้องการให้ความช่วยเหลือในรูปแบบต่าง ๆ ประการสำคัญควรมีระบบการประเมินและพัฒนากิจกรรมต่อเนื่อง เพื่อให้กิจกรรมดังกล่าวเป็นที่สนใจและมีอาสาสมัครมาร่วมในโครงการมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Kriengsak Chareonwongsak: example of qulified teaching in Harvard 2
Kriengsak Chareonwongsak ฮาร์วาร์ดกับการพัฒนาคุณภาพผู้สอน (2)
ต่อเนื่องจากบทความในสัปดาห์ที่ผ่านมาที่กล่าวถึง ตัวอย่างบริการเพื่อการพัฒนาคุณภาพการสอนในฮาร์วาร์ดที่ ศูนย์เดเร็ค บ็อก เพื่อการพัฒนาการสอนและการเรียนรู้ (Derek Bok Center for Teaching and Learning) ศูนย์ฯ นี้ ยังมีกิจกรรมช่วยพัฒนาคุณภาพผู้สอนและการสอน ซึ่งมีความน่าสนใจในหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประยุกต์ใช้วิธีการที่หลากหลาย เพื่อช่วยพัฒนาผู้สอนให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นเกี่ยวกับการสอน อาทิ
นักแสดงของศูนย์เดเร็ค บ็อก หรือ Bok Center Players กลุ่มละครใหม่ที่เพิ่งดำเนินการจัดตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2007 ที่ผ่านมา เพื่อเชื่อมโยงการแสดงเข้ากับการอภิปรายถกเถียงกันในประเด็นที่เกี่ยวกับศิลปะและวิธีการสอนที่มีความสลับซับซ้อนและประเด็นทางวิชาการอื่น ๆ สำหรับเป้าหมายสูงสุดของนักแสดงกลุ่มนี้ คือ การทำให้เกิดความเท่าเทียมกันเชิงวิชาการที่ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ การผลักดันให้เกิดการปรับปรุงในเรื่องคุณภาพการสอน การเรียนรู้ และเป็นห้องปฏิบัติการแห่งประสบการณ์ที่ผู้ชมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตจริง การแสดงของนักแสดงศูนย์เดเร็ค บ็อกนี้จะประกอบไปด้วย 4 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ การแสดงสั้น ๆ ประมาณ 10 – 20 นาที หลังจากนั้นจึงเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ปฎิสัมพันธ์กับนักแสดงหรือถามคำถาม ตามมาด้วยการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ชมเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาเห็นในการแสดงนั้น ๆ สุดท้ายนำเสนอบทบาทสมมติ 1 หรือ 2 ตอนสั้น ๆ จากการแสดง แล้วให้ผู้ชมเสนอพฤติกรรมใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาคุณภาพการสอน
ประยุกต์สู่มหาวิทยาลัยไทย
ดังข้างต้นจะเห็นได้ว่า ฮาร์วาร์ดได้ประยุกต์ใช้วิธีการที่หลากหลายในการพัฒนาคุณภาพการสอนของคณาจารย์ ซึ่งมหาวิทยาลัยไทยเอง ควรมีระบบการพัฒนาคุณภาพการสอนคณาจารย์ที่หลากหลายและเหมาะสมกับคณาจารย์กลุ่มต่างๆ เช่น คณาจารย์เข้าใหม่ คณาจารย์จากภายนอก และคณาจารย์ประจำ ซึ่งควรมีการจัดทำการสำรวจปัญหาหรือความต้องการของคณาจารย์ในการพัฒนาการสอน การใช้วิธีการให้คณาจารย์หรือนักศึกษาเสนอแนวทางหรือโครงการพัฒนาคุณภาพการสอนของคณาจารย์ การจัดทำโครงการนำร่องในบางคณะหรือบางส่วนของมหาวิทยาลัย การประเมินความเป็นไปได้และผลจากการพัฒนาโครงการ รวมถึงการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการสอนของคณาจารย์ที่มีความน่าเชื่อถือและถูกต้องให้ได้มากที่สุด เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาและดึงศักยภาพคณาจารย์ในระบบ ได้ใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังไม่ได้มีส่วนในการพัฒนาคุณภาพคณาจารย์ที่อยู่ในระบบเท่านั้น แต่ยังจะเป็นส่วนดึงดูดคณาจารย์เก่งที่มีความรู้ความสามารถเข้าสู่มหาวิทยาลัยได้ด้วย อันเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มคุณภาพและชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย
ศ.ดร เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com
- การประเมินผลและให้ประกาศนียบัตรทางด้านการสอน หรือที่เรียกว่า Certificates of Distinction and Derek C. Bok Awards โดยศูนย์ฯ จะใช้แบบประเมินที่เรียกว่า Q evaluation เพื่อประเมินการสอนของคณาจารย์ ผู้ช่วยสอน ผู้บรรยาย และวิทยากรพิเศษที่สอนในแต่ละภาคการศึกษา ซึ่งคณาจารย์ ผู้ช่วยสอน ผู้บรรยาย และวิทยากรพิเศษที่จะได้รับรางวัลดังกล่าวนี้ ทางศูนย์ฯ กำหนดให้จะต้องได้คะแนนการประเมินตั้งแต่ 4.5 ขึ้นไปจากคะแนนเต็มทั้งหมด 5 คะแนน โดยในช่วงสิ้นสุดภาคการศึกษาของแต่ละภาคการศึกษา ศูนย์ฯ จะส่งแบบประเมิน Q evaluation นี้ไปให้นักศึกษากรอกทาง e – mail หลังจากนั้นจึงนำมารวบรวม สรุปผล และให้ประกาศนียบัตรต่อไป
- การให้เงินรางวัลจำนวน 1,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือที่เรียกว่า Derek C. Bok Award for Excellence in Graduate Student Teaching of Undergraduates โดยศูนย์ฯ จะให้กับผู้ช่วยสอนที่สอนในวิทยาลัยศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (Graduate School of Arts and Sciences) จำนวน 5 คนเป็นประจำทุกปี ซึ่งแต่ละภาควิชาในวิทยาลัยดังกล่าวนี้ จะเป็นผู้นำเสนอรายชื่อผู้ช่วยสอนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และส่งให้ทางศูนย์ฯ พิจารณาคัดเลือกอีกครั้ง
- การจัดประชุมสัมมนาอภิปรายแลกเปลี่ยนระหว่างกัน หรือ Christensen discussion seminar ศูนย์ฯ จะจัดให้มีการประชุมสัมมนา 10 สัปดาห์ขึ้นในทุกช่วงฤดูใบไม้ร่วงของทุกปี เพื่อให้คณาจารย์และผู้ช่วยสอนได้มีโอกาสในการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการสอนร่วมกัน ซึ่งการสัมมนาดังกล่าวจะใช้กรณีศึกษาจากชั้นเรียนจริง มีการสำรวจสภาพปัญหาในห้องเรียน การทดสอบปัจจัยที่อาจเป็นอุปสรรคปัญหาเฉพาะหน้า และทางเลือกของอาจารย์ผู้สอนในการกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ ในแต่ละปีมีอาจารย์ผู้สอนจากหลากหลายสาขาวิชาเข้าร่วมการสัมมนาที่จัดขึ้นนี้กว่า 30 คน
- การจัดสัมมนาเกี่ยวกับเว็บช่วยสอน โดยมาจากความร่วมมือกันระหว่างศูนย์เดเร็ค บ็อก และกลุ่มเทคโนโลยีทางวิชาการ การสัมมนาที่จัดขึ้นนี้มิได้มีเป้าหมายเพียงแค่การปรับปรุงวิธีการสอนด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงนวัตกรรมทางด้านศิลปะและวิธีการสอนทั่ว ๆ ไปอีกด้วย เทคโนโลยีถือได้ว่าเป็นประเด็นสำคัญของนวัตกรรมทางด้านการสอนในปัจจุบัน ซึ่งศูนย์ฯ ค่อนข้างให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก
- การประชุมพัฒนาการสอนให้คณาจารย์ใหม่ เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อให้คำแนะนำทางด้านการสอนกับคณาจารย์ใหม่โดยเฉพาะ เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในช่วงฤดูร้อน ปี ค.ศ. 2004 หลังจากนั้นได้จัดให้มีการประชุมแบบหลายวันติดต่อกันในช่วงระหว่างเดือนสิงหาคมและกันยายนเป็นประจำทุกปี ในแต่ละปีมีคณาจารย์ใหม่ที่สนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
Thursday, October 14, 2010
Kriengsak Chareonwongsak Harvard library Part 2
ปฏิรูประบบห้องสมุดฮาร์วาร์ด
ด้วยเหตุนี้ คณะทำงานเฉพาะกิจจึงเสนอให้มีการปฏิรูประบบโครงสร้างการบริหารจัดการและรูปแบบทางการเงินของห้องสมุดใหม่ ใน 5 ประเด็นหลักดังต่อไปนี้
- การจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานทางการบริหารจัดการห้องสมุดร่วมกัน เพื่อให้การบริการมีประสิทธิภาพและมีความคุ้มทุนมากขึ้น ซึ่งในที่นี้ยังคงยืนอยู่บนพื้นฐานหลักคิดการเป็นผู้นำทางด้านสติปัญญาและความเชี่ยวชาญของห้องสมุดย่อยในแต่ละแห่ง รวมทั้งคำนึงถึงความแตกต่างหลากหลาย นับได้ว่าเป็นจุดแข็งของระบบห้องสมุด ฮาร์วาร์ดในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม คณะทำงานเฉพาะกิจฯ ได้เสนอให้มีรูปแบบการบริหารจัดการทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ ระบบการดูแลรักษา และการบริการเชิงเทคนิคอื่น ๆ ร่วมกัน
- การปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ โดยสร้างและปรับปรุงรูปแบบการใช้เทคโนโลยีร่วมกัน ซึ่งระบบเทคโนโลยีหลักของห้องสมุดแต่ละแห่งภายในมหาวิทยาลัย จะต้องได้รับการพัฒนาให้มีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้การทำงานทางด้านวิชาการร่วมกัน ทั้งระดับภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านรูปแบบการตัดสินใจและระบบการบริหารจัดการทางด้านเงินทุนของห้องสมุดทั้งระบบดังจะกล่าวในหัวข้อถัดไป
- การปรับปรุงรูปแบบการบริหารจัดการทางการเงิน ปัจจุบันระบบการบริหารจัดการทางด้านการเงินของห้องสมุดเกี่ยวกับการซื้อวัสดุอุปกรณ์และการให้บริการ ยังเป็นอุปสรรคต่อการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้น มหาวิทยาลัยจึงควรจัดให้มีการประเมินระบบการบริหารจัดการทางการเงินเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ สถานที่ และการให้บริการของห้องสมุดใหม่ โดยเริ่มต้นจากการประเมินระบบการบริหารจัดการทางด้านการเงินของ Harvard Depository ก่อน การเริ่มต้นปรับปรุงที่สถานที่เก็บวัสดุอุปกรณ์นี้ จะทำให้ได้รูปแบบผลลัพธ์ที่เป็นต้นแบบ ซึ่งอาจขยายสู่ความร่วมมือในลักษณะอื่น ๆ ได้
- การบริหารจัดการห้องสมุดภายในฮาร์วาร์ด อย่างเป็นองค์รวม หากห้องสมุดแต่ละแห่งแยกกันจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ แทนที่จะซื้อร่วมกันทั้งมหาวิทยาลัย จะมีผลทำให้ห้องสมุดขาดอำนาจในการต่อรอง จนในที่สุดแล้วจะทำให้ห้องสมุดย่อยแต่ละแห่งเหล่านี้ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่มากเกินไป เมื่อเทียบกับสัดส่วนของการให้บริการ ขาดประสิทธิภาพในการบริหารทรัพยากรในภาพรวมของห้องสมุดทั้งระบบ ซึ่งความพยายามที่จะให้เป็นมหาวิทยาลัยเชิงเดี่ยว เพื่อเพิ่มพลังอำนาจการต่อรอง และผลักดันให้มีการบริหารทรัพยากรของห้องสมุด นอกเหนือจากขอบเขตการครอบครองของคณะหรือสาขาของตนนี้ จะต้องทำให้ความร่วมมือระหว่างกันของห้องสมุดต่าง ๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยอาจมีการจัดตั้งสำนักงานที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการจัดซื้อและการให้ใบอนุญาต ตลอดจนทำหน้าที่เจรจาต่อรองกับผู้จัดจำหน่าย เป็นต้น
- การร่วมมือใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างห้องสมุด ร่วมกันปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อทำให้การปฏิบัติงานร่วมกับระบบอื่น ๆ ของห้องสมุดในมหาวิทยาลัยมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้คณาจารย์และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสามารถเข้าถึงทรัพยากรทางวิชาการได้มากที่สุด ขณะเดียวกันห้องสมุด ฮาร์วาร์ด พยายามขยายความร่วมมือดังกล่าวไปยังสถาบันอื่นด้วย เช่น MIT เพื่อลดค่าใช้จ่ายและทำให้เกิดการแบ่งปันทรัพยากรร่วมกัน อันจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการให้บริการของห้องสมุดทั้งในปัจจุบันและอนาคต
ศ.ดร เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
Kriengsak Chareonwongsak Harvard library Part 3
ปฏิรูประบบห้องสมุดฮาร์วาร์ด
ประยุกต์สู่ประเทศไทย
ห้องสมุดหรือสถาบันวิทยบริการของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ นับเป็นหัวใจสำคัญในการค้นคว้าวิจัยที่สำคัญและการเรียนรู้ตามอัธยาศัยในระดับการอุดมศึกษาและระดับประเทศ ผมเชื่อว่า “คนจะเก่ง รู้ลึก รู้กว้าง และรู้ไกลได้ จะมาจากการค้นคว้าเพิ่มเติม การเรียนรู้ในชั้นเรียนไม่เพียงพอ”
ดังนั้นการพัฒนาห้องสมุดที่มีการบริการหนังสือและสื่อวิชาการที่มีคุณภาพ เป็นแหล่งองค์ความรู้ที่เท่าทันพรมแดนความรู้ระดับโลกและมีความทันสมัยจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
ศ.ดร เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ได้นำเสนอแนวคิดการพัฒนาห้องสมุดหรือสถาบันวิทยบริการมาโดยตลอด เมื่อมีโอกาสในบรรยายกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ห้องสมุดควรพัฒนาสู่การเป็นห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ที่สื่อควรอยู่ในรูป E-book การพัฒนาระบบบริการ E-book ถึงบ้านและที่ทำงาน การสร้างความร่วมมือและการเป็นพันธมิตรระหว่างห้องสมุด มหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่เดียวกันในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน การสร้างเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์กับห้องสมุดทั่วโลก การมีระบบค้นหาความต้องการหนังสือและสื่อองค์ความรู้ที่จำเป็นจากกลุ่มคนต่าง ๆ เพื่อคัดสรรสื่อความรู้ที่มีคุณภาพเข้าสู่ห้องสมุดต่อเนื่อง การสร้างกลไกการบริจาคทุนทรัพย์จากหน่วยงานหรือองค์กรภายนอกสู่ห้องสมุด โดยผู้บริจาคควรมีส่วนได้รับเกียรตินั้นเช่น การตั้งชื่อห้อง ชื่อตึก หรือแผนกที่เก็บสื่อความรู้เป็นชื่อผู้ที่บริจาค หรือการเปิดเวลาทำการนอกเวลาราชการ โดยเฉพาะช่วงเย็น และเสาร์อาทิตย์ที่ผู้คนจะสามารถเข้ามาใช้เวลาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้ เป็นต้น
ศ.ดร เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
Tuesday, October 5, 2010
Kriengsak Chareonwongsak : example of qulified teaching in Harvard
ตัวอย่างบริการเพื่อพัฒนาคุณภาพการสอนในฮาร์วาร์ด
คุณภาพการสอนเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการศึกษาในฮาร์วาร์ด ซึ่งผู้บริหารมหาวิทยาลัยในแต่ละยุคแต่ละสมัยต่างให้ความสำคัญมาโดยตลอด เห็นได้จากการจัดให้มีโปรแกรมอบรมการสอนและกิจกรรมพัฒนาผู้สอนที่มีความหลากหลายอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่เฉพาะเพียงแค่กลุ่มคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ในที่นี้ยังครอบคลุมไปถึงกลุ่มวิทยากรรับเชิญ ผู้ช่วยในวิชาที่เรียน (Course Assistance (CA) ผู้สอนที่เป็นบุคคลภายนอกในการสอนระดับบัณฑิตศึกษา (Graduate student teaching fellows (TFs)) และผู้ช่วยสอนอื่น ๆ (teaching assistants) ควบคู่ไปกับการจัดหาและจัดเตรียมทรัพยากรที่สำคัญจำเป็น ซึ่งช่วยทำให้การสอนมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย
คุณภาพการสอนเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการศึกษาในฮาร์วาร์ด ซึ่งผู้บริหารมหาวิทยาลัยในแต่ละยุคแต่ละสมัยต่างให้ความสำคัญมาโดยตลอด เห็นได้จากการจัดให้มีโปรแกรมอบรมการสอนและกิจกรรมพัฒนาผู้สอนที่มีความหลากหลายอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่เฉพาะเพียงแค่กลุ่มคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ในที่นี้ยังครอบคลุมไปถึงกลุ่มวิทยากรรับเชิญ ผู้ช่วยในวิชาที่เรียน (Course Assistance (CA) ผู้สอนที่เป็นบุคคลภายนอกในการสอนระดับบัณฑิตศึกษา (Graduate student teaching fellows (TFs)) และผู้ช่วยสอนอื่น ๆ (teaching assistants) ควบคู่ไปกับการจัดหาและจัดเตรียมทรัพยากรที่สำคัญจำเป็น ซึ่งช่วยทำให้การสอนมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย
Thursday, September 30, 2010
Kriengsak Chareonwongsak : renovate the public park in Harvard
Kriengsak Chareonwongsak :ฮาร์วาร์ดพัฒนาสวนสาธารณะแหล่งเรียนรู้ที่ชุมชนมีส่วนร่วม
ในช่วงที่ผ่านมา ฮาร์วาร์ดได้ร่วมมือกับชุมชนเขตออลสตันและเมืองบอสตันวางแผนสร้างสวนสาธารณะแห่งใหม่ เพื่อช่วยส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กลุ่มนักศึกษาและประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ละแวกใกล้เคียง โดยสวนสาธารณะดังกล่าวนี้จะใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างบริเวณด้านหลัง Honan - Allston Branch ของห้องสมุดประชาชนเมืองบอสตัน ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมดถึง 1.74 เอเคอร์ เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงให้กลายเป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ที่มีความเงียบสงบ มีความเขียวขจี และเต็มไปด้วยต้นไม้ผลัดใบพันธ์พื้นเมืองหลากหลายชนิด ลักษณะเด่นของสวนสาธารณะแห่งนี้คือ
Subscribe to:
Posts (Atom)