Showing posts with label อาจารย์เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. Show all posts
Showing posts with label อาจารย์เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. Show all posts

Saturday, May 28, 2011

Professor Kriengsak Chareonwongsak สะสมความคิด

Professor Kriengsak Chareonwongsak
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
ผู้อำนวยการสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา


"สะสมความคิด เป็นหนึ่งใน 3 สิ่งของสะสมของผมมาตั้งแต่วัยเด็ก"

อาจารย์ เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ถือเป็นนักเขียนบทความทางวิชาการที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งในบ้านเราที่ วิเคราะห์ถึงสิ่งที่สังคมไทยขาดอย่างรุนแรงยิ่งคือ การที่สังคมไทยเป็นสังคมที่คนคิดไม่เป็น อาจารย์เกรียงศักดิ์จึงได้เขียนหนังสือเพื่อเสนอแนะ แนะนำให้คนในสังคมไทยพัฒนาคนให้คิดเป็น เช่น ลายแทงนักคิด และหนังสือชุดผู้ชนะ 10 คิด เป็นการนำเสนอเครื่องมือในการคิด 10 มิติผสมผสานกัน…

      " สาเหตุที่การศึกษาไทยไม่ได้มีส่วนสอนให้เด็กคิดเป็น มีสาเหตุด้วยกันหลายประการ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสภาพการเลี้ยงดูและสร้างคนของสังคมไทย ได้แก่

      เน้นการเชื่อฟัง อยู่ภายใต้ระบบการเชื่อฟังมาโดยตลอด ทั้งระบบครอบครัว การศึกษาและสังคม ส่งผลให้คนในสังคมไม่ได้รับการส่งเสริมให้คิดเอง หรือคิดแตกต่างมากเท่าที่ควร เช่น การที่ครูอาจารย์ที่ไม่ชอบให้นักเรียนโต้แย้ง เป็นต้น มุ่งเรียนท่องจำเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศของการเรียนแบบท่องจำ ทำให้ผู้เรียนขาดความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และประเมินสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างสมเหตุสมผล การเรียนการสอนที่ให้ผู้สอนเป็นศูนย์กลาง และทำหน้าที่ให้ข้อมูลแต่ทางเดียว โดยไม่มีการอธิบายถึงเหตุผลเบื้องหลัง ทำให้ผู้รับไม่ถูกฝึกการคิดแบบวิพากษ์ ไม่พยายามหาข้อสรุปด้วยตนเอง อีกทั้งการสอบและประเมินผลเน้นการท่องจำสิ่งที่เรียนได้มากกว่าการสอบที่ มุ่งวัดความรู้ ความเข้าใจและความสามารถทางการคิดของผู้เรียน

      ขาด การส่งเสริมการอ่านและแสวงหาความรู้มากเพียงพอ ในการปลูกจิตสำนึกให้รักและแสวงหาความรู้ โดยผู้เรียนมักจะให้ความสำคัญกับการอ่านเพื่อสอบเป็นหลัก โดยไม่ได้หาความรู้ที่นอกเหนือการนำไปสอบมากนัก อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงปัญหาเหล่านี้ โดยพยายามดำเนินการแก้ไขและพัฒนามากขึ้น ในช่วงปฏิรูปการศึกษา ซึ่งคงต้องใช้ระยะเวลาสักช่วงหนึ่งกว่าจะเห็นผลการสร้างเด็กให้คิดเป็น

      วิธี การสร้างให้เด็กคิดเป็น มีหลายประการได้แก่ สร้างระบบการศึกษาที่ให้ทั้งความรู้และสร้างปัญญาเป็นแกนหลัก ดังที่ผมกล่าวไว้ว่า สถานศึกษาจะต้องเป็นเรือนเพาะชำทางปัญญา มิใช่คุกทางปัญญา ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ในหนังสือ "คลื่นลูกที่ 5 ปราชญ์สังคม"

      สร้างหลักสูตรการคิดในการศึกษา ตามอัธยาศัย เนื่องด้วยปัจจุบันมีคนในสังคมจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาด้านความ สามารถทางการคิดเท่าที่ควร โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานที่จบจากระบบการศึกษาไปแล้ว ดังนั้นสังคมจึงควรสร้างช่องทางพัฒนาความสามารถทางการคิดอย่างเป็นระบบให้ กลุ่มวัยแรงงานให้มากขึ้นด้วย โดยจัดหลักสูตรการคิดระยะสั้น ๆ เพื่อพัฒนาคนกลุ่มนี้ได้ต่อเนื่องตลอดชีวิต ไม่ใช่มุ่งแต่พัฒนาผู้เรียนในระบบการศึกษาเท่านั้น สร้างให้พ่อแม่ให้มีส่วนพัฒนาการคิดให้กับลูกมากขึ้น โดยการจัดฝึกอบรมและให้ความรู้กับพ่อแม่ให้มีทักษะการสอนด้านการคิดให้กับ ลูกของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเลือกสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่มีส่วนพัฒนาทักษะการคิดได้เหมาะสมตามช่วงวัย การให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการหรือเทคนิคในการถามหรือตอบลูกที่มีส่วนในการ พัฒนาด้านการคิด วิธีการฝึกให้เด็กสนใจ ตั้งใจ จดจ่อกับการอ่าน การกระตุ้นและไม่ตีกรอบการคิด การสนใจกับสิ่งที่เด็กบอกกล่าว การกระตุ้นและไม่ตีกรอบการคิด การฝึกให้เด็กคิดและจินตนาการ

      สร้าง สังคมให้เห็นคุณค่าและให้ความสำคัญของการคิด โดยการสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในทุกที่ มิใช่เฉพาะในโรงเรียนเท่านั้น เพื่อเปิดทางและแนะแนวให้คนในสังคมมีความสามารถในการคิดเรื่องต่าง ๆ มากขึ้น เช่น การยกย่องคนเก่งมากขึ้น การให้ความสำคัญกับการรวมกลุ่มหรือทำกิจกรรมของวัยรุ่นหรือกลุ่มคนต่าง ๆ ในสังคมเพื่อพัฒนาการคิด เช่น การจัดประกวดการออกแบบ การสร้างสิ่งประดิษฐ์ หรือการจัดเวทีสัมมนา เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นำเสนอวิพากษ์และข้อคิดเห็นต่าง ๆ เป็นต้น "

      เหตุที่อาจารย์ เกรียงศักดิ์สนใจศึกษาเกี่ยวกับการคิด และเขียนหนังสือเผยแพร่ออกมาหลายเล่ม เป็นเพราะอาจารย์เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาทักษะการคิด

      "ความ คิดเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง เพราะความคิดจะนำไปสู่การกำหนดค่านิยม ทัศนคติ การแสดงออกทางพฤติกรรม และความรู้สึกต่าง ๆ ทำให้ความคิดจึงเป็นจุดเริ่มต้นในการกำหนดความสำเร็จหรือความล้มเหลวให้กับ คนหรือสังคมนั้นได้ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาการคิดให้กับคนเป็นอันดับ สำคัญที่สุด

      การเห็นผลกระทบจากการไม่คิดของคนในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ที่แสดงถึงความอ่อนแอทางความคิด ทำให้ทั้งสังคมได้รับผลกระทบจนมาถึงทุกวันนี้ หรือปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น การเชื่อข่าวลืออย่างง่าย ๆ ปัญหาสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม ปัญหาการใช้ความรุนแรง หรือปัญหาการเลียนและรับค่านิยมจากต่างประเทศมาใช้อย่างไม่ถูกต้อง เป็นต้น

      การ ต้องการเห็นคนและประเทศไทยเจริญก้าวหน้า ผมรู้ว่าการคิดเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ ความคิดเป็นปัจจัยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้า โดยเฉพาะในยุคอนาคตที่โลกก้าวเข้าสู่สังคมแห่งความรู้ สังคมแห่งเทคโนโลยี และสังคมที่มีการแข่งขันสูง ทำให้คนหรือประเทศจะเจริญก้าวหน้าได้ ต้องเริ่มจากการมีความสามารถทางการคิดที่เอื้อต่อความสำเร็จ ดังที่ประเทศต่าง ๆ ที่พัฒนาแล้วในโลกต่างเดินในเส้นทางนี้ อันจะทำให้คนไทยและประเทศไทยไม่ถูกเอาเปรียบจากต่างชาติอย่างไม่เป็นธรรม สามารถอยู่รอดและแข่งขันในเวทีระดับโลกได้ "

      ซึ่งการพัฒนาทักษะความคิดนั้นเป็นสิ่งที่อาจารย์เกรียงศักดิ์ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ควรปฏิบัติ

      "การ สะสมความคิด เป็นหนึ่งใน 3 สิ่งของสะสมของผมมาตั้งแต่วัยเด็ก คือ การสะสมความคิด หนังสือและมิตรภาพ โดยผมให้คุณค่าการคิดเป็นอันดับแรกและให้น้ำหนักมากที่สุด เนื่องจากกเห็นคุณค่าของการพัฒนาความสามารถทางการคิด ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นสู่การสร้างความเจริญก้าวหน้า และประโยชน์ให้กับทั้งตัวผมเองและผู้อื่นได้

      สอนทีมงาน ผมเริ่มต้นการถ่ายทอดการคิด โดยการสอนทีมงานในสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ผมเป็นผู้อำนวยการอยู่ คนที่ทำงานกับผมเหมือนเข้ามาอยู่ในเรือนเพาะชำทางปัญญา ผมจะเปิดโอกาสให้ทีมงานได้คิด ค้นพบและนำศักยภาพของตนเองออกมาใช้ให้มากที่สุด ยอมให้เขาทำผิด-ทำถูก และเขาคิดเป็นแล้วผมก็ยกให้เขาทำงานชิ้นที่ยากขึ้นใหญ่ขึ้น เพื่อให้พัฒนาการคิดในลำดับที่ยากและซับซ้อนขึ้น

      สร้างสังคม ให้คิดเป็น ผมเห็นว่าการสอนแต่ทีมงานนั้นไม่เพียงพอ เพราะจำกัดอยู่ในเพียงบางกลุ่มคน ผมจึงตั้งเป้าจะถ่ายทอดการสอนด้านการคิดสู่คนในสังคมร่วมด้วย ผมจึงให้ความสำคัญและทำงานหนักในการทำหนังสือการคิด โดยเขียนหนังสือเรื่องการคิดออกมาเป็นหนังสือชุด ชื่อ "ผู้ชนะ 10 คิด" โดยมีเล่มแรกคือลายแทงนักคิด เป็นการเขียนภาพรวมของการคิดทั้ง 10 แบบจากนั้นจึงเขียนหนังสือ การคิดเชิงวิเคราะห์ การคิดเชิงเปรียบเทียบ การคิดเชิงวิพากษ์ การคิดเชิงมโนทัศน์ การคิดเชิงสังเคราะห์ การคิดเชิงกลยุทธ์ การคิดเชิงประยุกต์ การคิดเชิงอนาคต การคิดเชิงสร้างสรรค์ และการคิดเชิงบูรณาการ

      สาเหตุที่ผม เขียนเป็นชุดหนังสือการคิดทั้ง 11 เล่มนี้ เนื่องด้วยการคิดมีหลายประเภท แต่ละแบบมีความหมาย เนื้อหา วิธีการและเทคนิคการคิดแตกต่างกัน อีกทั้งการจะสอนเรื่องการคิดให้คนในสังคมไทยนับเป็นเรื่องใหม่ที่คนจำนวนมาก ไม่ค่อยมีพื้นฐานเรื่องนี้มากนัก จึงทำให้ผมต้องแยกเขียนหนังสือการคิด 10 มิติออกจากกัน"

      นอกจากนี้อาจารย์เกรียงศักดิ์ยังมองว่าสังคม ไทยยังขาดในด้านการเรียนรู้และจริยธรรมอีกด้วย ที่คนไทยต้องพัฒนาควบคู่กันไปกับการพัฒนาทักษะความคิด

      "จาก ที่ผมทำวิจัยเรื่อง "คุณลักษณะของคนไทยที่พึงประสงค์แบ่งตามช่วงวัย" พบว่า ลักษณะคนไทยที่พึงประสงค์ที่จะมีส่วนในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าและ สอดคล้องกับโลกอนาคต มีด้วยกัน 10 ลักษณะหลัก ๆ ได้แก่ ขยัน อดทน และทุ่มเททำงานหนัก มีระเบียบวินัย ซื่อสัตย์ มีวิสัยทัศน์ ทำสิ่งต่างๆ อย่างดีเลิศ รักการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีจิตสำนึกประชาธิปไตย เห็นคุณค่าเอกลักษณ์ความเป็นไทย มีจิตสำนึกเพื่อผู้อื่นและส่วนรวม และประหยัด อดออม แต่ในที่นี้ผมให้น้ำหนักอย่างมากใน 2 คุณลักษณะที่จำเป็น คือ

      รักการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในอนาคตโลกจะปรับตัวเข้าสู่การเป็นสังคมแห่งความรู้ ซึ่งความรู้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความได้เปรียบ ทำให้คนจำเป็นต้องเป็นคนที่สามารถแสวงหาความรู้ พัฒนาและสร้างองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นำพาตนเองสู่ความสำเร็จได้ และนำพาประเทศชาติไปสู่การพัฒนา มีความเจริญก้าวหน้าและสามารถแข่งขันได้

      และมีคุณธรรมจริยธรรม สภาพสังคมปัจจุบันและอนาคตจะมีการแข่งขันรุนแรงขึ้นในทุกด้าน ผู้คนต่างจะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก เกิดการแย่งชิงทรัพยากรส่วนรวมมากขึ้น การเข้ามาของกระแสความคิดและวัฒนธรรมต่างประเทศบางประการที่ขัดกับหลัก จริยธรรม สภาพการณ์เช่นนี้จึงจำเป็นที่การผลิตและสร้างกำลังคนจะต้องมุ่งปลูกฝัง คุณลักษณะคนไทยให้เป็นผู้มีทั้งความรู้คู่คุณธรรมมากขึ้น จึงจะสามารถค้ำจุนและจรรโลงให้สังคมยังคงอยู่รอด มีสันติสุข และอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข"

      สำหรับแนวโน้มในอนาคตที่คนไทย จะคิดเป็น และเรียนรู้ที่จะวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆในสังคมอย่างมีคุณธรรมนั้นอาจารย์เกรียงศักดิ์กล่าวว่า…

      "ผม คิดเห็นว่ามีแนวโน้มเด็กไทยจะวิเคราะห์วิจารณ์เป็นมากขึ้น เนื่องจากประเทศไทยมีการปฏิรูปการศึกษา พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ในมาตรา 24 ระบุถึงการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนคิดเป็น โดย ใน (2) ระบุว่า "ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถาณการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและก้ไขปัญหา" ใน (3) "จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง"

      สภาพสังคมบีบให้ เด็กต้องคิด และมีการพัฒนาด้านการคิด เนื่องด้วยสภาพสังคมปัจจุบันที่ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งความรู้ที่ความรู้เป็น ปัจจัยสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางเศรษฐกิจและโอกาสทางสังคม ประกอบกับสภาพที่โลกเชื่อมต่อ ด้วยระบบข้อมูลข่าวสาร การใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และการมีสภาพการแข่งขันที่สูงขึ้น ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การศึกษา ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นแรงบีบ ทำให้เด็กต้องคิดมากขึ้น เพื่อสามารถอยู่รอดและแข่งขันได้ รัฐธรรมนูญเปิดให้มีเสรีภาพในการคิดมากขึ้น รัฐธรรมนูญมาตรา 39 ระบุว่า "บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น" ซึ่ง เป็นการให้เสรีภาพ โดยโอกาสให้ประชาชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์ และนำเสนอความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายขึ้น อันก่อให้เกิดการผสมเกสรทางปัญญา หรือการพัฒนาด้านความคิดมากขึ้น

      และ หากคนไทยเป็นคนที่คิดเป็น สังคมก็จะเป็นสังคมที่ใช้ปัญญา ไม่ไหลไปตามกระแส รู้จักคิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ คนในสังคมมีค่านิยมรักการเรียนรู้ รักการค้นคว้า รักการคิด สามารถคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ที่เหมาะสมกับคนในยุคนี้และยุคอนาคตต่อไป ได้ สังคมที่มีประสิทธิภาพ เป็นสังคมที่สามารถสร้างประโยชน์สูงสุดได้จากทรัพยากรที่มีจำกัด ทั้งจาก คน ระบบ และสภาพแวดล้อม ลดการสูญเสียทรัพยากรโดยไม่จำเป็นที่เกิดจากการลองผิดลองถูก หรือกระทำไปโดยไม่รู้ สังคมที่มีคุณธรรมจริยธรรม เป็นสังคมที่มีความเข้มแข็ง มั่นคง มีสันติสุข ซึ่งเกิดจากการพัฒนารากฐานกระบวนการคิดและค่านิยมของคนให้รู้จักใช้เหตุผล และความคิดให้เป็นไปในทิศที่ถูกต้องเหมาะสมมากขึ้น "

      ก็ได้ แต่คาดหวังว่าแนวคิดต่าง ๆ ที่อาจารย์เกรียงศักดิ์ได้เขียนให้คนไทยได้อ่านจะสามารถนำไปพัฒนาความคิด ความอ่าน ให้เป็นคนที่คิดเป็นและที่สำคัญเหนืออื่นใด คงไม่ใช่เป็นคนที่คิดเป็นอย่างเดียว หากคิดเป็นแล้วก็ต้องลงมือปฏิบัติเป็นด้วย…

Professor Kriengsak Chareonwongsak หนังสือ หาเงินใช้เงิน

Professor Kriengsak Chareonwongsak Book
หาเงินใช้เงิน/ศ.ดร. เกรียงศักดิ์  เจริญวงศ์ศักดิ์


สู่ความสำเร็จในการหาเงินและใช้เงิน

การจัดสรรเงินให้มีพอเพียงในทุกช่วงวัย

แนะวิถีสู่การเป็นเจ้านายของเงินอย่างแท้จริง

มิใช่เป็นทาสที่ถูกเงินพันธนาการชีวิต

โดยเสนอแนวทางการปรับความคิดและทัศนคติต่อเงินอย่างเหมาะสม

การวางแผนการใช้เงินอย่างเป็นขั้นตอนตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยสูงอายุ

รวมทั้งเสนอเทคนิคการหาเงินในรูปแบบต่างๆ ที่ถูกต้อง
บางส่วนของเคล็ดลับการใช้เงิน

 - วางแผนการใช้เงินอย่างนักเศรษฐศาสตร์
 - ใช้เงินที่จำกัด ขยายผลได้อย่างไม่จำกัด
 - วางแผนการเงินก่อนเลือกคู่เพื่อชีวิตที่ยั่งยืน
 - วางแผนการเงินเพื่อลูกรัก.. สอนลูกให้รู้จักใช้เงินเป็น


ผู้แต่ง : ศาสตราจารย์ดร. เกรียงศักดิ์  เจริญวงศ์ศักดิ์  (Professor Kriengsak Chareonwongsak)

Friday, April 15, 2011

คลื่นการเปลี่ยนแปลงของโลก 5 ลูกคลื่น โดย ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

คลื่นการเปลี่ยนแปลงของโลก  5 ลูกคลื่น


                       ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการและนักคิดระดับชาติ อาจารย์เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ได้กล่าวปาฐกในเรื่อง “คลื่นแห่งการเปลี่ยนของโลก” โดยต่อยอดแนวคิดของ Alvin Tofler (นักอนาคตวิทยาและผู้เขียนหนังสือ The Third Wave) กล่าวถึงคลื่นดังกล่าวไว้ว่า
คลี่นแห่งการเปลี่ยนของโลก by Professor Kriengsak Chareonwongsak

คลื่นลูกที่ 1 “สังคมเกษตรกรรม”

           ปัจจัยแห่งยุคนี้ คือที่ดิน ผู้นำทางสังคมหรือผู้นำแห่งยุค คือ ขุนพล ผู้กุมอำนาจทางการทหาร
เพื่อปกป้องปัจจัย และหาปัจจัยใหม่ให้สังคมของตน  ยุคนี้เป็นยุคที่พ่อค้า นักธุรกิจ  จะอาศัยบารมีของผู้นำทัพ เพื่อให้ตนมีอำนาจทางธุรกิจ เหนือกว่าคนอื่น ขณะเดียวกัน ขุนพลก็ต้องการพ่อค้าที่เก่งๆ เพื่อเลี้ยงดู ตนและกองทัพ

คลื่นลูกที่ 2 “สังคมอุตสาหกรรม”
            ปัจจัยของยุคนี้ คือ ทุน     เครื่องมือแห่งยุคได้แก่เครื่องจักร เครื่องกลต่างๆ หลังจากที่มีการคิดค้นสร้างเครื่องจักรไอน้ำ โลกเราก็เข้าสู่สังคมอุตสาหกรรม มีการสร้างถนน และสาธารณูปโภคต่างๆ การเดินทางไปมาหาสู่กันของคนมีมากขึ้น เนื่องจากการคมนาคมสะดวกขี้น ภาษาท้องถิ่นเริ่มมีบทบาทน้อยลง ในขณะที่ผู้คนหันมาเรียนรู้ที่จะใช้ภาษาสากล เพื่อง่ายและมีประสิทธิผลในสื่อสารระหว่างกันมากขึ้น ยุคนี้เป็นยุคที่ทหารจะซ่อนอยู่เบื้องหลังนายทุน พ่อค้า นักธุรกิจ

คลื่นลูกที่ 3 “สังคมแห่งข้อมูล”
           ปัจจัยแห่งยุคคือข้อมูล    เครื่องมือแห่งยุค คือ IT (Information Technology)สิ่งต่างๆ ในยุคนี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ที่เข้าถึงข้อมูลก่อนจะได้เปรียบในการแข่งขัน ตัวอย่างง่ายๆ  เช่น ใครที่รู้ก่อนว่าถนนจะตัดไปทางไหน ก็จะไปกว้านซื้อที่ดินแถบนั้น
เพื่อเก็งกำไร ซึ่งผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนทำธุรกิจแบบดั้งเดิมหลายเท่าตัว  หรือ การที่ Microsoft เติบโตแซงหน้า GE และ
บริษัทรถยนต์เครื่องจักรยักษ์ใหญ่ในเวลาเพียงไม่กี่ปี    เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็น ความสำคัญ ของข้อมูล

คลื่นลูกที่ 4  “สังคมแห่งองค์ความรู้”

             ปัจจัยแห่งยุคนี้ คือ ความรู้ (Knowledges)            เครื่องมือแห่งยุคคือ     ศาสตร์แขนงต่างๆ    เช่น nanotechnology, biotechnology, pharmaceutical เป็นต้น  ยกตัวอย่าง  ปัจจุบันสหรัฐอเมริกามีประชากรเพียง 1% เท่านั้น ที่เป็นสังคมของคลื่นลูกที่ 1 ประชากรถึง 70% นั้นอยู่ในคลื่นลูกที่ 4 และประชากรส่วนที่เหลืออยู่ในสังคมคลื่นลูกที่ 2 และ 3

คลื่นลูกที่ 5 “สังคมแห่งปัญญา”  หรือ  “ปราชญสังคม”
            ปัจจัยแห่งยุคนี้ คือ สติปัญญา     เครื่องมือแห่งยุค คือ นักคิด นักบูรณาการ
เป็นยุคของการคิด การบูรณาการความรู้และใช้ปัญญาเพื่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่   สังคมใดสามารถพาตนสู่การเป็น
ปราชญสังคมได้สำเร็จสังคมนั้น  จะเจริญล้ำหน้ากว่าใครในโลก


     ศาสตราจารย์ด๊อกเตอร์ เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์    อาจารย์ นักวิชาการ นักคิด นักเขียน นักอนาคตวิทยา นักการเมือง 

Wednesday, April 13, 2011

ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ กับมุมมองการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมา



บอกเล่าเก้าสิบ ...
ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ กับมุมมองการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมา ของหน่วยงานอื่น ๆ และความมีจิตอาสาที่น่ายกย่องของคุณสรยุทธิ์ สุทัศน์จินดา

Monday, April 11, 2011

หากทฤษฎีสองสูงกับเครื่องมือแทรกแซงกลไกตลาด

Professor Kriengsak Chareonwongsak
           หากทฤษฎีสองสูงถูกตีความในลักษณะที่เป็นเครื่องมือแทรกแซงกลไกตลาด น่าจะไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในระบบเศรษฐกิจไทย เพราะโครงสร้างเศรษฐกิจไทยเปิดเสรีทำการค้าการลงทุนกับประเทศต่างๆค่อนข้างมากแล้ว โดยมีสัดส่วนการส่งออกที่สูงมากกว่าร้อยละ 60 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศประกอบกับสินค้าเกษตรของไทยส่วนใหญ่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งมีทิศทางราคาเป็นไปตามราคาตลาดโลก การแทรกแซงกลไกตลาดจะสร้างต้นทุนมหาศาลทั้งต่อรัฐบาล ผู้ประกอบการและแรงงานดังที่ได้กล่าวแล้วแต่หากทฤษฎีสองสูงถูกตีความในลักษณะที่เป็นเป้าหมาย ผมเห็นด้วยว่า เราควรตั้งเป้าหมายให้ประชาชนไทยมีรายได้สูงขึ้นโดยวิธีการหนึ่งคือการทำให้สินค้าของไทยมีราคาสูงขึ้นด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มสร้างความแตกต่าง และนวัตกรรมให้กับสินค้าไทย (ไม่ใช่การแทรกแซงกลไกตลาด)
           แต่กระนั้นการทำให้สินค้ามีราคาสูงขึ้นไม่ใช่วิธีการเดียวที่จะสามารถเพิ่มรายได้ของประชาชนได้
แต่ยังมีวิธีการอื่นๆ อีก เช่น การเพิ่มผลิตภาพหรือผลผลิตต่อไร่ของภาคเกษตร การเพิ่มทักษะฝีมือแรงงาน
การลดต้นทุนการผลิต เป็นต้น ผมจึงเห็นว่า การตีความทฤษฎีสองสูงที่เหมาะสมกับประเทศไทยควรเป็นดังนี้ สูงที่หนึ่ง คือ รายได้สูงขึ้นน่าจะมีนัยในเชิงเป้าหมายไม่ใช่เครื่องมือ ส่วนสูงที่สอง คือ ราคาสูงขึ้นน่าจะมีนัยในเชิงวิธีการที่ไม่แทรกแซงกลไกตลาดด้วยเหตุนี้ หากนโยบายเพิ่มค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำมี ลักษณะที่เป็น
เครื่องมือที่กำหนดลงมาจากรัฐบาล โดยไม่คำนึงถึงความสอดคล้องกับกลไกตลาดแล้ว ผลของนโยบายนี้
ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
ก็น่าจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม..

บทความจาก ศาสตราจารย์ ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศักดิ์ (Profressor Kriengsak Chareonwongsak, Senior Fellow at Harvard University's Center of Business and Government and an Associate)

Saturday, March 19, 2011

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ กับ แง่คิดวิสัยทัศน์ในชีวิตจริง (ต่อ2)

•    ชาร์ลส์ กู๊ดเยียร์ เคยถูกจำคุกหลายครั้งหลายหนเนื่องจากหนี้ที่เขาก่อขึ้นในขณะคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่เขาได้ใช้ความพยายามอย่างมาก ตรากตรำทำงานหนักในการคิดค้นนี้ เขามีวิสัยทัศน์ มีความหวัง ที่จะหลุดพ้นจากหนี้สินและเป็นคนมั่งคั่ง
•    หลายคนนั่งจับเข่าหมดอาลัยตายอยากในคุก แต่ ชาร์ลส์ กู๊ดเยียร์ ไม่เป็นเช่นนั้น ในที่สุดเขาได้ค้นพบวิธีผลิตยางรถยนต์ได้ในขณะที่เขาอยู่ในคุก หลังจากนั้นเขาพยายามโน้มน้าวหลายคนให้เห็นคุณค่าสิ่งที่เขาคิดค้น แต่ก็ไม่มีใครสนใจ เขาต้องใช้เวลา 2 ปี ในการเก็บเงินเพื่อทำให้สิ่งที่เขาคิดค้นเป็นจริงอย่างสมบูรณ์ และที่สุด บริษัท กู๊ดเยียร์ ได้กลายเป็นบริษัทผลิตยางรถยนต์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกบริษัทหนึ่งจนทุกวันนี้
•    ร็อคกี้ เฟลเลอร์ ในวัยเด็กเขายากจนมาก จนต้องเริ่มทำงานขุดมันฝรั่งตั้งแต่เด็ก เพื่อแลกกับเงิน 4 เซ็นต์ต่อชั่วโมง แต่ด้วยความปรารถนาที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น และมีปณิธานแน่วแน่ที่จะใช้เงินช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องเผชิญความยากลำบากอย่างเขา ประกอบกับความอุตสาหะ พยายาม เขาสร้างตัวเองขึ้นจนสามารถกลายเป็นมหาเศรษฐีของโลก ที่บริจาคเงินเพื่อมนุษยชาติถึง 750 ล้านดอลล่าร์ หรือ นาทีละ 75 เซ็นต์ตลอดอายุ 97 ปี ของเขา
•    กบ 2 ตัว ตกลงไปในถังนมถังใหญ่ ตัวถังก็ลื่นมาก ปีนขึ้นไม่ได้ กบตัวหนึ่งบอกว่า "เราต้องตายแน่" ว่าแล้วก็เริ่มร้องไห้ และจมลงตายไป แต่กบอีกตัวหนึ่งกลับคิดว่ายังไงก็ไม่ยอมตายที่นี่ มันก็เลยว่ายวนในถังนมไปเรื่อย ๆ ด้วยความหวังว่าจะออกไปได้ รอบแล้วรอบเล่า จนสุดท้าย มันก็กระโดดออกสู่โลกภายนอก จากถังนมที่กลายเป็นเนยเรียบร้อยแล้ว
•    วินสตัน เชอร์ชิล เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และสามารถนำประเทศผ่านสงครามโลกมาได้อย่างมีชัยชนะ เขามีวิสัยทัศน์ที่จะนำประเทศสู่ชัยชนะ ทำให้ทุกครั้งที่เขากล่าวสุนทรพจน์ เขาจะพูดอย่างหนักแน่นและมั่นใจ ส่งผลให้คนอังกฤษมีความเชื่อมั่นในตัวผู้นำ จนเกิดไฟแห่งความเชื่อมั่นในชัยชนะนั้น ทำให้เกิดพลังขับเคลื่อน ร่วมแรงร่วมใจ จนสามารถชนะได้จริง ๆ
•    สิงคโปร์ ตระหนักว่าตนด้อยทรัพยากรธรรมชาติ จะมีก็เพียงทรัพยากรมนุษย์ แทนที่จะรอคอยอย่างหมดหวัง กลับมีวิสัยทัศน์ และสร้างวิสัยทัศน์จากจุดแข็งของตน คือ มีวิสัยทัศน์ที่จะเป็น Intelligent Island ในโครงการ IT2000 โดยมีเป้าหมายให้ IT เข้าไปอยู่ในทุกส่วนของสังคมที่บ้าน ที่ทำงาน และที่พักผ่อนเพื่อให้ประเทศมีความสามารถสูงในการแข่งขันทางเศรษฐกิจกับประเทศอื่น และเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ
•    หากประเทศไทยมีวิสัยทัศน์ให้คนไทยได้รับรางวัลโนเบล เราก็จะได้ประชาชนที่มีความรู้ มีความคิดอ่าน เฉลียวฉลาดเพิ่มมากขึ้น
•    เมื่อนาซีพยายามกวาดล้างชาวยิว เขาจับพวกยิวจำนวนมากไปอยู่ค่ายกักกัน และมีชาวยิวตายในค่ายกักกันมากมาย หลังจากสงครามสงบลง มีการทำการศึกษาว่า นักโทษประเภทไหนที่สามารถรอดชีวิตได้แม้ถูกจับไปอยู่ในค่ายกักกัน เขาพบว่าคนที่รอดชีวิตมาคือคนที่ไม่หมดอาลัยตายอยาก แต่คนที่ตาย คือ คนที่ไม่สามารถหิ้วคอเสื้อตัวเองให้ข้ามฝั่งไปได้
-    ผู้ฟังคนหนึ่งถามชาวยิวที่รอดชีวิตคนนี้ว่า “อะไรเป็นเหตุให้คุณอดทน และมีกำลังใจต่อสู้กับความยากลำบากได้ถึงขนาดนั้น” ชาวยิวผู้รอดชีวิตจึงตอบว่า “เพราะผมเห็นภาพที่ตัวเองยืนพูดกับพวกท่านทุกคนในวันนี้ ผมเห็นภาพนี้เป็นพัน ๆ ครั้งตลอดมา”

•    อย่าทำเพียงเพื่อวันนี้ หรือ พรุ่งนี้ แต่จงทำเพื่อชีวิตนี้


บทความจากส่วนหนึ่งของหนังสือ How to สุดยอดหนังสือ ข้อคิดเพื่อวิสัยทัศน์ แห่งปี ของ ศาสตราจารย์ ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศักดิ์ (Profressor Kriengsak Chareonwongsak, Senior Fellow at Harvard University's Center of Business and Government and an Associate)

Thursday, March 17, 2011

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ กับ แง่คิดวิสัยทัศน์ในชีวิตจริง (ต่อ)

•    เซลส์แมนขายรองเท้าชาวอเมริกันที่ถูกส่งไปอาฟริกาเพื่อดูลู่ทางการตลาด เมื่อไปถึง เขาโทรเลขกลับมายังสำนักงานว่า "ผมคงต้องรีบกลับ เพราะที่นี่ไม่มีใครใส่รองเท้าเลย" บริษัทจึงเรียกเขากลับมา และส่งนักขายอีกคนไป ปรากฏว่านักขายคนนี้ส่งโทรเลขมาครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยข้อความว่า "ต้องการสินค้าจำนวนมาก เพราะคนที่นี่ยังไม่มีรองเท้าใส่กันเลย"

•    เรย์ คร็อก ผู้ก่อตั้ง แมคโดนัลด์ มองเห็นว่าร้านกาแฟในสมัยนั้นจำหน่ายอาหารที่เตรียมง่าย ราคาถูก ซึ่งเป็นการตลาดที่กว้างมาก เขาจึงจู่โจมโดยการเอาอาหารที่นิยมที่สุดของร้านกาแฟ คือ แฮมเบอร์เกอร์มาเป็นอาหารหลักของร้าน ด้วยวิสัยทัศน์ที่เห็นว่าจะเป็นไปได้ จึงยอมลงทุนสูงถึงขนาดกู้เงินโดยเสียดอกเบี้ยในอัตราที่สูงมาก จนร้านของเขาขยายไปทั่วโลก และมียอดขายมากกว่าร้านประเภทเดียวกันตราบจนปัจจุบัน

•    เฮนรี่ ฟอร์ด ยืนยันต่อกลุ่มวิศวกรในการสร้างเครื่องยนต์ให้ลูกสูบทั้ง 8 อยู่ในเสื้อสูบที่หล่ออยู่ในชิ้นเดียวกัน (V-8) แม้พวกเขาจะบอกว่า "เป็นไปไม่ได้" แต่เฮนรี่ ฟอร์ดเห็นชัดและมั่นใจว่าจะต้องทำได้แน่ และในที่สุดเครื่องยนต์ V-8 ก็สำเร็จ

•    ทอม วัตสัน จูเนียร์ เล่าให้ฟังว่า วันหนึ่งพ่อของเขา ทอม วัตสัน ซีเนียร์ กลับมาถึงบ้าน พร้อมกับประกาศอย่างภาคภูมิใจว่า "ต่อไปนี้ บริษัท Computing Tabulating Recording จะเป็นที่รู้จักกันในนามใหม่ว่า International Business Machine (IBM) ซึ่งดูเพ้อฝันในการทำบริษัทข้ามชาติในขณะนั้น แต่ต่อมาในปี 1924 บริษัทใหม่นี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ระดับโลก และกลายเป็นบริษัทคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่ได้ในที่สุด

•    ยูจีน แลงก์ เคยมีความยากลำบาก มีปัญหามาก แต่เขาเป็นคนมีวิสัยทัศน์ และกลายเป็นเศรษฐีในที่สุด เขากล่าวว่า เด็ก ๆ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในสภาพที่ยากจนตลอดไป แต่ควรฝันว่าจะดีขึ้น และการศึกษาจะเป็นตัวทำให้ฝันเป็นจริงได้

บทความจากส่วนหนึ่งของหนังสือ How to สุดยอดหนังสือ แห่งปี ของ ศาสตราจารย์ ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศักดิ์ (Profressor Kriengsak Chareonwongsak, Senior Fellow at Harvard University's Center of Business and Government and an Associate)

Wednesday, February 9, 2011

professor kriengsak and leader meaning 4

ความเป็นผู้นำมิใช่เรื่องที่ไกลตัว เพราะช่วงหนึ่งของชีวิตเรา ต้องมีโอกาสดำรงสถานภาพ “ผู้นำ”

พ่อแม่ คือต้นกำเนิดของแบบอย่างการเป็น “ผู้นำทางความคิด หมายเลข 1” ที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดอนาคตของชาติ ว่าจะเป็นเช่นไร เป็นบุคคลสำคัญในการปั้นคนให้เป็นคน เริ่มตั้งแต่การบ่มเพาะลักษณะนิสัย ทักษะ ความรู้ ความคิด และสภาวะจิตใจ

เราอาจจะพูดได้ว่า ครูนับเป็นบุคคลที่มีความสำคัญ เป็นอันดับสองรองจากพ่อแม่ เนื่องเพราะทั้งผู้ปกครอง และครูเป็นผู้ใส่ความคิด เป็นผู้สอนให้เกิดปัญญา เป็นผู้ก่อร่างสร้างอนาคตของชาติ และกำหนดทิศทาง
แก่ชนชั้นปัญญาชนของสังคม

Tuesday, February 8, 2011

“ผู้นำความคิด” คนสำคัญของสังคม



การพัฒนาโดยมุ่งเน้นที่ “คน” เป็นศูนย์กลาง นับเป็นการกล่าวอย่างเลื่อนลอยที่สุด หากมิได้มุ่งที่การปฏิรูปคนในกลุ่ม “ผู้นำทางความคิด” ให้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งเสถียรภาพของการพัฒนาอย่างแท้จริง

“ผู้นำทางความคิด” ของคนในสังคม คือ บุคคลที่มีอิทธิพลในการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ ความคิด ค่านิยม ความเชื่อ ตลอดจนการตัดสินใจ การกระทำและวิถีการดำเนินชีวิตในอนาคต แก่บุคคลอื่น เป็นบุคคลที่สามารถโน้มน้าวผู้อื่นได้ ทั้งคำพูดและแบบอย่างการกระทำ

สังคมจะดีหรือเสื่อมทรามขึ้นอยู่กับผู้นำทางความคิด ทำหน้าที่เป็นครูนอกระบบที่สำคัญที่สุด ดังนั้นการปฏิรูปคนสู่การพัฒนา จึงต้องย้อนกลับมาให้ความสำคัญ กับการปฏิวัตินักสร้างคนในสังคมด้วย โดยที่บุคคลเหล่านี้จะต้องเรียกได้ว่าเป็น “ผู้พัฒนาแล้ว” เป็นผู้ที่เป็นแบบอย่างด้านการปฏิบัติในเชิงสร้างสรรค์ด้วย

คัดข้อความจากส่วนหนึ่งของหนังสือ

ข้อคิดเพื่อผู้นำ

ของ ศาสตราจารย์ ดร.อาจารย์เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (Professor Kriengsak Chareonwongsak)

Thursday, October 28, 2010

รู้จักกับวิสัยทัศน์

รู้จักกับวิสัยทัศน์





ถ้าเราไม่รู้ว่าวิสัยทัศน์คืออะไร เราจะมีและใช้วิสัยทัศน์อย่างเป็นประโยชน์ไม่ได้เลย

จากหนังสือ ข้อคิดเพื่อวิสัยทัศน์ อาจารย์ เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

Tuesday, November 17, 2009

การคิดเกี่ยวข้องกับผู้บริหารอย่างไร

บทความโดย www.kriengsak.com
การคิดเกี่ยวข้องกับผู้บริหารอย่างไร

·       การคิดเกี่ยวข้องกับความอยู่รอด  ทำให้คนอยากคิด  เพื่อความอยู่รอดก็จะเริ่มคิดอะไรออกมา

              หากไม่มีก็เป็นเรื่องยากที่จะอยู่รอด

·       ความต้องการสิ่งแปลกใหม่  กระตุ้นให้คิด  คนอยากคิดก็คือไม่อยากยึดติดของเดิม ๆ พยายาม หารูปแบบใหม่ ๆ  นักคิดก็คือ  กบฏตัวน้อย  มีใครคิดทฤษฎีใหม่ที่ไม่คิดกบฏต่อทฤษฎีเดิม  ไม่พอใจของเดิมแต่หาดีกว่าจึงจะกล้าคิด  หากเราบอกตัวเองว่า  เขาเป็นข้าราชการที่เสียแล้ว  หากเราไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงในขณะที่รุ่นพี่ของเราเป็นอย่างนี้เราต้องนำการเปลี่ยนแปลงที่ดีมาสู่เรา

·       ความสงสัย  กระตุ้นให้คิด  สร้างให้เกิดความรู้  ความอยากรู้อยากเห็น  บางครั้งเด็กอยากรู้อยากเห็น  แต่คนที่เป็นพ่อเป็นแม่ตอบว่า  ถามอยู่ได้อย่างนี้ตัดความคิดเห็น  พ่อแม่ต้องเป็นผู้สร้างการอยากรู้อยากเห็น

·       สภาพปัญหา  กระตุ้นให้คิด  ปัญหาทำให้เราคิดสารพัด  เราต้องหาวิธีออก  วิธีคิด  การที่เราพบปัญหานั้นทำให้เรานำมาใช้ประโยชน์ได้  การทำงานไม่ทำให้ออกมาเป็นรูปแบบเดิม ๆ  ยุคนี้เป็นยุคที่ทำให้เกิดวิธีการคิดโดยมีวิธีการคิด  10  มิติ  การคิด  10  มิติ  เกิดจากการประชุมระดับชาติ  เป็นการสอนให้คนเกิดการคิด  นอกกรอบ


บทความการบรรยาย ของ อาจารย์เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (Professor Kriengsak Chareonwongsak) หลักสูตรนายอำเภอรุ่นที่  56  เมื่อวันจันทร์ที่   13  ธันวาคม  2547  เวลา 13.00 -  16.00  น.  ณ  โรงเรียนนายอำเภอ  วิทยาลัยการปกครอง  กรมการปกครอง  กระทรวงมหาดไทย